บทที่ 13 เมียบำเรอล้างหนี้ EP13
“ฉันจะฆ่าแก” เมธาวารีตะโกนเสียงสั่น แม้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่จับปืน แต่เพื่อปกป้องพ่อและปกป้องตัวเอง เธอจะไม่ลังเลที่จะเหนี่ยวไกส่งผู้ชายสารเลวคนนี้ลงนรก!
“เอาสิ ถ้าคิดว่ายิงแล้วเธอจะรอดออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ ก็เหนี่ยวไกเลย” อดิกุลท้าทาย กางแขนออกกว้างรับกระสุน “แต่ถือปืนมือสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนั้น ระวังปืนจะลั่นใส่หน้าอกตัวเองซะก่อนล่ะ”
“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ”
เมธาวารีกัดฟันกรอด หลับตาปี๋ แล้วออกแรงเหนี่ยวไกปืนจนสุดแรง
แชะ!
ไม่มีเสียงระเบิดกัมปนาท ไม่มีเขม่าดินปืน มีเพียงเสียงนกสับกระแทกกับความว่างเปล่า เมธาวารีลืมตาขึ้นด้วยความตกตะลึง ปืนกระบอกนี้ไม่มีกระสุน!
“ฮ่าๆ” อดิกุลระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสมเพช “ยิงสิแม่สาวน้อยจอมพยศ คิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะโง่ทิ้งปืนที่มีกระสุนไว้ให้ศัตรูเอามาเจาะกบาลตัวเองน่ะ”
สิ้นคำราม ร่างสูงก็พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวเมธาวารีราวกับเสือดำตะครุบเหยื่อ มือหนาปัดกระบอกปืนในมือเธอทิ้งกระเด็นไปตกอยู่ที่มุมห้อง ก่อนจะรวบร่างบอบบางกดกระแทกลงกับที่นอนอย่างรุนแรง
“ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว” เมธาวารีดิ้นรนสุดชีวิต ทุบตีขีดข่วนไปตามแผงอกและใบหน้าของเขาอย่างบ้าคลั่ง
แควก!
เสียงผ้าฉีกขาดดังลั่น เสื้อเดรสสีขาวตัวบางที่เธอสวมใส่ถูกฝ่ามือใหญ่กระชากจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องและทรวดทรงอรชรที่ซ่อนอยู่ภายใน เมธาวารีกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด น้ำตาแห่งความหวาดหวั่นทะลักทลายลงมาอาบสองแก้ม
“อย่า อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว ฮือๆ...คุณพ่อช่วยเมย์ด้วย” หญิงสาวร้องไห้โฮ พนมมือไหว้อ้อนวอนชายที่คร่อมทับอยู่เหนือร่าง ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ความเก่งกล้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ
อดิกุลตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองเรือนร่างงดงามที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความปรารถนาที่ลุกโชน เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมหวาน ขบเม้มรุนแรงจนเกิดรอยรักสีตีตราจองไปทั่วลาดไหล่เนียน
“ฮือๆ ฉันยอมแล้ว ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอแค่คุณปล่อยคุณพ่อไป อย่าฆ่าคุณพ่อนะ” เธอสะอื้นฮัก น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินเปรอะเปื้อนหมอน
คำอ้อนวอนที่เจือไปด้วยความหวาดกลัวและความกตัญญูของหญิงสาว ทำให้การกระทำอันป่าเถื่อนของอดิกุลชะงักงัน
มาเฟียหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่แดงก่ำและชุ่มไปด้วยน้ำตาของคนใต้ร่าง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบและสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แววตาของเธอไม่มีจริตมารยา มีเพียงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เธอยังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ข้อนั้นเขามองปราดเดียวก็รู้
ลึกๆ แล้วในใจของอดิกุล เขามีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ย่ำยีผู้หญิงที่เอาแต่นอนตัวสั่นร้องไห้เหมือนตุ๊กตาที่พังทลาย มันหมดอารมณ์และน่าสมเพชเกินกว่าที่ราชสีห์อย่างเขาจะกลืนกินลงไปได้ เขาต้องการให้เธอสมยอมและครางกระเส่าอยู่ใต้ร่างเขา ไม่ใช่เอาแต่นอนร้องไห้ขอชีวิตราวกับกำลังจะถูกนำไปเชือด
อดิกุลขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน สบถคำหยาบคายในลำคออย่างขัดใจ ก่อนจะตัดสินใจผละร่างลุกขึ้นจากตัวหญิงสาวอย่างกะทันหัน
เมธาวารีลืมตาขึ้นอย่างงุนงง รีบคว้าเศษผ้าและผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าของตนเองไว้แน่น หอบหายใจสะท้าน มองชายหนุ่มที่ยืนหันหลังเสยผมลวกๆ อย่างระแวดระวัง
“ฉันไม่นิยมข่มขืนเด็กอมมือที่เอาแต่นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งหรอกนะ”
น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น อดิกุลหันกลับมามองเธอด้วยแววตาราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม “เก็บพรหมจรรย์ของเธอเอาไว้เถอะสาวน้อย จนกว่าจะถึงวันที่เธอเต็มใจอ้าขาให้ฉันเอง”
ใบหน้าหวานร้อนฉ่ากับคำพูดหยาบโลนนั้น “ฉันไม่มีวันเต็มใจเป็นของคนสารเลวอย่างแก”
“ก็รอดูต่อไป” เขากระตุกยิ้มมุมปาก “แต่ในเมื่อเธอเสนอตัวจะชดใช้หนี้แทนพ่อ ฉันก็จะเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่”
มาเฟียหนุ่มสืบเท้าเข้ามาใกล้ ขยับตัวก้มลงกระซิบชิดริมหูหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง
“นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอคือคนของฉัน เธอต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ คอยรับใช้และทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง เพื่อแลกกับการที่ฉันจะยืดเวลาทวงหนี้ยี่สิบห้าล้านจากพ่อของเธอออกไป”
“คุณหมายความว่า คุณจะไม่ฆ่าคุณพ่อแล้วใช่ไหม” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวัง
“ฉันจะไว้ชีวิตพ่อของเธอ ตราบใดที่เธอยังเป็นทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของฉัน” อดิกุลยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม “แต่ถ้าเธอคิดหนี หรือเล่นตุกติกแม้แต่ครั้งเดียว...ฉันจะส่งลูกปืนไปเจาะกะโหลกพ่อเธอทันที”
เมธาวารีกำผ้าห่มแน่น น้ำตาร่วงเผาะเมื่อรู้ว่าตนเองตกอยู่ในนรกขุมใหม่ที่ไม่อาจหลีกหนีได้ เธอตกเป็นนักโทษในบ้านของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไอ้คนสับปลับ หน้าไหว้หลังหลอก คุณมันปีศาจชัดๆ” เธอเชิดหน้าด่าทอเขาทั้งน้ำตา
“ขอบใจที่ชมสาวน้อย” อดิกุลลอยหน้าลอยตายิ้มรับ “เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ พรุ่งนี้เช้า หน้าที่ทาสบำเรอของเธอ จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ”
เพียะ!
ด้วยความโกรธแค้นและอัดอั้นตันใจ ฝ่ามือบางตวัดตบเข้าที่ซีกหน้าหล่อเหลาของอดิกุลอย่างแรงจนหน้าหันเป็นครั้งที่สองของวัน
มาเฟียหนุ่มค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มที่ได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ราวกับเพลิงกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหญิงสาวอวดดีที่บังอาจตบหน้าเขาซ้ำสองด้วยสายตาน่าสะพรึงกลัว
“เธอกำลังทำให้ฉันหมดความอดทนนะ...เมธาวารี”
